บทนำ
บท 1
บทนำ
แสงตะวันส่องลงบนสนามเด็กเล่นในตอนเที่ยง เพื่อนร่วมชั้นคนอื่นก็ต่างสนุกสนานกับการเล่นเครื่องเล่นต่าง ๆ หรือแม้กระทั่งวิ่งไล่จับกัน ทว่ามีเพียงเด็กชายคนหนึ่งอายุราว ๆ เก้าขวบนั่งอยู่เพียงลำพัง ดวงตาคมเข้มสีน้ำตาลดำมองไปรอบๆ ด้วยความเบื่อในใจคิดอยู่เพียงว่าเมื่อไหร่จะถึงเวลาเข้าเรียนสักที
“ไม่ไปเล่นกับเพื่อน ๆ เหรอ” เสียงเล็กหวานเอ่ยทักขึ้นพร้อมกับส่งรอยยิ้มให้ เด็กชายที่นั่งอยู่หันไปมองเด็กหญิงวัยหกขวบที่ตัวเล็กกว่าก่อนจะหันไปมองทางอื่นโดยไม่สนใจ
“ไม่มีเพื่อนเล่นใช่ม้า” เด็กหญิงยังคงพูดต่อไปเรื่อย ๆ แล้วก็เดินมาตรงหน้าของเด็กชาย แต่ทว่าสายตาคู่ยังคงไม่คิดจะมองเด็กหญิงเลยสักนิด
เป็นเสียงที่น่ารำคาญหูที่สุด !
เด็กชายทนไม่ไหวอีกต่อไป จึงเป็นฝ่ายเดินลุกขึ้นหนีทันทีโดยที่เด็กหญิงกะพริบตามองอย่างงุนงงว่าทำอะไรผิด
แต่ดูเหมือนว่าเด็กชายก็จะไม่มีเพื่อนเล่นด้วยเช่นกัน เด็กหญิงจึงตัดสินใจวิ่งตามไปทันที
“มาเล่นกันเถอะ !” เสียงใสตะโกนขึ้นดังพร้อมกับวิ่งเข้ามาดักหน้าของเด็กชาย
“เล่นวิ่งไล่จับกันไหม ?”
เด็กหญิงเสนอขึ้นด้วยท่าทางดีใจ แต่ถึงกระนั้นก็ไม่ได้สนใจเลยว่าอีกฝ่ายอยากจะเล่นด้วยหรือไม่
“ไม่” เด็กหนุ่มตัดสินใจเอ่ยขึ้นเป็นคำแรกหลังจากที่เงียบมานาน
“ไม่ชอบเหรอ ?” เด็กหญิงส่งรอยยิ้มเศร้าให้พลางก้มหน้าสลดลง ถ้าหากมีเพื่อนๆ เข้ามาเล่นด้วยแล้วละก็คงไม่มาชวนเล่นด้วยหรอก แต่วันนี้เป็นวันแรกที่เพิ่งย้ายโรงเรียนเข้ามาและยังไม่มีเพื่อนเลยสักคนก็แค่อยากมีคนเล่นด้วยเท่านั้น
เด็กชายมองด้วยสายตานิ่งแล้วเดินต่อไปเพื่อหาที่เงียบ ๆ นั่งอยู่ตามลำพัง แต่ทว่า...
“งั้นเล่นซ่อนหาเอาไหม ?” เด็กน้อยวิ่งเข้ามาพร้อมกับตะโกนถาม ทำให้เด็กชายถึงกับถอนหายใจออกมา ให้ตายสิ! ทำไมถึงตื๊อไม่เลิกแบบนี้ !
เด็กชายหันกลับมามอง ดวงตากลมใสซื่อกะพริบมองรอคำตอบ
“ไม่”
เป็นคำตอบที่รอคอยทำให้เด็กหญิงถึงกับน้ำตาเริ่มคลอเบ้าทันที
เธอมองแล้วพูดขึ้น “ก็ได้ ไม่เล่นด้วยแล้ว !”
เมื่อพูดจบเด็กหญิงก็วิ่งหนีไปทันที ปล่อยให้แววตาคู่หนึ่งฉายแววรู้สึกผิดออกมา แต่ถึงยังไงก็แค่แวบเดียวเท่านั้น
...ความเงียบกลับมาสักที...
เด็กชายหาที่นั่งตามลำพังอีกครั้ง จนกระทั่งถึงเวลาเข้าเรียนต่อในช่วงบ่าย
ถึงเวลาเลิกเรียนแล้ว คุณพ่อคุณแม่ก็ต่างขับรถมารับกันด้วยรอยยิ้ม แต่เด็กหญิงก็ยังคงนั่งเหงาอยู่เช่นเดิม ครั้นเมื่อมองเห็นเพื่อนคนอื่นโบกมือทักทายกันก็รู้สึกหดหู่ใจ คงไม่มีใครอยากจะเป็นเพื่อนสักคนเลยสินะ!
ระหว่างรอคุณพ่อ คุณแม่ที่ยังไม่มารับแล้วนั่งอยู่คนเดียวมันก็น่าเบื่อ ยิ่งมาเห็นเด็กชายที่เดินเข้าไปทักเมื่อตอนเที่ยงแล้วไม่ยอมเล่นด้วยยิ่งน้อยใจเข้าไปอีก เชอะ ! อยู่คนเดียวก็ได้
ถึงแม้ใจจะบอกแบบนั้น แต่ทว่าน้ำตามันก็คลอเบ้าเสียแล้ว
“ยัยขี้แง” เมื่อได้ยินเสียงคุ้นหูกล่าวว่าเด็กสาวจึงเงยหน้าขึ้นมองเด็กหนุ่มที่ทักเมื่อตอนเที่ยง เขาพูดต่อพร้อมกับหยิบผ้าเช็ดหน้าในกระเป๋าเสื้อส่งให้
“เช็ดซะ”
ดวงตากลมกะพริบมอง ก่อนจะเอื้อมมือไปรับอย่างงุนงง ทันทีที่เช็ดเสร็จแล้วก็หันไปมองเด็กชายอีกครั้งหนึ่งด้วยรอยยิ้มสดใส
“จะมาเล่นด้วยใช่ไหมล่ะ” เด็กหญิงพูดขึ้นแล้วส่งยิ้มให้
“เปล่า” ตอบสั้น ๆ ก่อนนั่งลงข้าง ๆ แล้วถามต่อไปว่า
“รอพ่อมารับเหรอ ?”
“อืม” เด็กหญิงพยักหน้า
“มาเล่นด้วยกันนะ ! อยากเล่นอะไรดีล่ะ”
“ฉันอายุมากกว่านะ !” เด็กชายเอ็ดใส่ และอีกอย่างเขาก็จะสิบปีแล้ว โตมากพอที่จะไม่อยากเล่นอะไรแบบเด็ก ๆ แล้วด้วย อันที่จริงแล้วไม่ชอบเล่นอะไรแบบนี้มาตั้งนานแล้วต่างหาก
“อืม งั้นก็ต้องเรียกว่าพี่ชายใช่ไหม ?” เธอยิ้มให้
“พี่ชายอยากจะเล่นอะไรดีคะ ?” เด็กหญิงพูดต่อไปโดยที่ไม่สนใจเด็กชายเลยสักนิด
“ไม่เล่น” เด็กชายตอบพลางถอนหายใจออกมา
“เล่นเถอะนะคะ !” เด็กหญิงพูดพลางส่งสายตาอ้อน
“เล่นด้วยกันนะ ! พี่ชายเล่นเป็นเจ้าบ่าว ส่วนหนูจะเล่นเป็นเจ้าสาวเอง !”
ว่าไงนะ !
เมื่อได้ยินแบบนี้แล้วเด็กชายถึงกับไปต่อไม่ถูก จะให้เล่นงานแต่งงานเนี่ยนะ ให้ตายสิ! ยัยเด็กแก่แดด !...
“ไม่เล่น !” ตอบปฏิเสธทันทีโดยไม่ต้องคิด
“เล่น ๆ หนูอยากเล่นค่ะ !” เด็กหญิงบอก
“ฉันจะกลับแล้ว” เมื่อได้ยินเช่นนั้นเด็กหญิงจึงหยุดนิ่งลง แล้วมองเด็กหนุ่มด้วยสายตาบ้องแบ๊วทันที
“จะกลับแล้วเหรอ ? ว้า เสียดายจังเลย วันนี้น่ะ หนูยังไม่มีเพื่อนสักคนเลย” เธอพูดด้วยน้ำเสียงเศร้าพร้อมกับลุกขึ้นแล้วส่งยิ้มให้กับเด็กชายอย่างเศร้า ๆ และสุดท้ายแล้ว...
“แค่วันนี้นะ !” เด็กชายตัดสินใจพูดขึ้นทั้ง ๆ ที่ปกติแล้วตัวเองไม่เคยเล่นอะไรไร้สาระแบบนี้เลยสักครั้ง
“พี่ชายจะเล่นกับหนูเหรอคะ” ถามด้วยน้ำเสียงดีใจและตกใจ
“อืม” เมื่อเห็นว่าเด็กหนุ่มพยักหน้าตอบตกลงแล้ว จึงวิ่งหายไปทันที ไม่นานถึงนาทีก็กลับมาพร้อมกับดอกไม้ในมือแล้วส่งให้กับคนตรงหน้าที่ดูเหมือนว่าจะไม่เต็มใจรับเอาซะเลย สุดท้ายแล้วเด็กชายก็เอื้อมมือรับพร้อมกับบอกตัวเองในใจ ต่อไปนี้จะไม่เล่นอะไรแบบนี้อีกให้ตายสิ... ยัยเด็กแก่แดด!
บทล่าสุด
#83 บทที่ 83 Special III (The End)
อัปเดตล่าสุด: 8/15/2026#82 บทที่ 82 Special II
อัปเดตล่าสุด: 8/15/2026#81 บทที่ 81 Special I
อัปเดตล่าสุด: 8/15/2026#80 บทที่ 80 แค่เราสองคน (จบ)
อัปเดตล่าสุด: 8/15/2026#79 บทที่ 79 เสียใจเพราะรัก
อัปเดตล่าสุด: 8/15/2026#78 บทที่ 78 เมียเก็บ?
อัปเดตล่าสุด: 8/15/2026#77 บทที่ 77 แขกไม่ได้รับเชิญ 3
อัปเดตล่าสุด: 8/15/2026#76 บทที่ 76 แขกไม่ได้รับเชิญ 2
อัปเดตล่าสุด: 8/15/2026#75 บทที่ 75 แขกไม่ได้รับเชิญ 1
อัปเดตล่าสุด: 8/15/2026#74 บทที่ 74 คำบอกรัก
อัปเดตล่าสุด: 8/15/2026
คุณอาจชอบ 😍
So Sick รักษาหัวใจนายเจ้าเล่ห์
"ฉันไปทำเธอตอนไหน?"
"ตอนไหนเหรอ ก็เมื่อคืนไงไอ้คนทุเรศ!"
"เมื่อคืนฉันเมาเละ อย่ามาใช้มุกตื้น ๆ จับฉันมันไม่สำเร็จ"
"จับบ้าอะไรฮะ ฉันโดนข่มขืนฉันเสียหายนะไอ้ชั่ว"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ"
"เมาเหมือนหมาแล้วจำไม่ได้ว่าข่มขืนผู้หญิงเหรอ!"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ!"
"ก็บอกว่าทำไงวะ!!"
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ
พี่ชายที่รัก
จนหัวใจและร่างกายของฉันมันบอบช้ำ แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับไม่รักดีเผลอรักพี่ชายคนนี้ จนหมดใจ
เมียเด็กของท่านประธานร้ายรัก
เธอเป็นเพียงนักศึกษาฝึกงานธรรมดา ส่วนเขาคือท่านประธานผู้สูงส่ง เย็นชา และอันตรายเกินกว่าที่หัวใจดวงเล็ก ๆ ของเธอจะรับมือไหว
น้ำขิงไม่เคยคิดเลยว่า การเข้ามาฝึกงานในบริษัทวัฒนากร กรุ๊ป จะเปลี่ยนชีวิตของเธอไปตลอดกาลเพราะเพียงคืนเดียว...เธอกลายเป็นผู้หญิงของเขา
ภูริช วัฒนากร คือผู้ชายที่ใคร ๆ ก็เกรงกลัว
เขาร้าย เขาเย็นชา เขาไม่เคยอ่อนข้อให้ใคร แต่กับเด็กฝึกงานตัวเล็ก ๆ อย่างเธอ เขากลับทั้งหวง ทั้งหึง ทั้งร้ายกาจ และไม่ยอมปล่อยมือ
“เธอเป็นของฉัน น้ำขิง จำไว้ให้ดี”คำพูดของเขาเหมือนโซ่ตรวนผูกเธอไว้กับความรักที่ทั้งหวาน ทั้งเจ็บ และหนีไม่พ้น
ทว่าเมื่อความลับและคำกล่าวหาร้ายแรงถาโถมเข้ามาผู้ชายที่เคยกอดเธอแน่น กลับเป็นคนเดียวกันที่ทำให้เธอเจ็บจนแทบขาดใจ เธอไม่ได้ต้องการเงินของเขาไม่ได้ต้องการตำแหน่งเมีย ท่านประธาน เธอต้องการเพียงความเชื่อใจจากผู้ชายที่เธอรักสุดหัวใจแต่เมื่อเขาไม่ฟัง...เธอจึงเลือกจากไป
พร้อมหัวใจที่แตกสลาย และอีกหนึ่งชีวิตน้อย ๆ ที่เขายังไม่รู้ว่ามีอยู่จริง
ทาสสวาทอสูรเถื่อน
“แพงไปหรือเปล่า สำหรับค่าตัวของคุณอย่างมากก็คืนละแสน” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับมองร่างบางที่กำลังนั่งอยู่บนตักของเขาด้วยสายตาหื่นกระหาย เขายอมรับว่าเขาชอบผู้หญิงคนนี้ เพราะเธอสวยและที่สำคัญนมตูมชะมัดยาก
มันโดนใจเขาจริงๆ ยิ่งสเต็ปการอ่อยของผู้หญิงคนนี้เขาก็ยิ่งชอบ เพราะมันทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งที่เธอกำลังทำ
“ถ้าคุณไม่สู้ก็ปล่อยฉันสิคะ ฉันจะได้ไปหาคนที่เขาใจถึงกว่าคุณ” พิชชาภาพูดจบก็เอามือยันหน้าอกของฟรานติโน่แล้วทำท่าจะลุกออกจากตักของเขา ก่อนจะถูกมือใหญ่รั้งเอวไว้ไม่ให้ลุกขึ้น
“ได้ ผมจะให้คุณคืนละล้าน แต่คุณต้องตามใจผมทุกอย่าง” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากเจ้าเล่ห์ คิดว่าคนอย่างเขาจะยอมเสียเงินหนึ่งล้านบาทง่ายๆงั้นเหรอ คอยดูเถอะเขาจะตักตวงจากเธอให้คุ้มสมราคาที่เขาต้องจ่ายไป
So Bad เพื่อนสนิทร้ายซ่อนรัก
และยังแบล็คเมล์เพื่อให้เธอเป็นแค่คู่นอน!
โซ่สวาทร้อนรัก
“มันเรื่องของฉัน ตัวฉันของฉันนมก็นมของฉัน คุณไม่มีสิทธิ์มายุ่ง”
“ก็สิทธ์ของความเป็นผัวคนแรกของคุณไง นมคุณน่ะเป็นของผม ทั้งตัวคุณก็เป็นของผม...เข้าใจไหม? ”
คาเรน เซนโดริก อายุ 32 ปี
หนุ่มลูกครึ่งอเมริกา-อาหรับ ที่มีบุคลิกสุขุมเยือกเย็น เจ้าเล่ห์แสนกล และยังเป็นCEO บริษัทไอทีอินเตอร์เนชั่นกรุ๊ปชื่อดังในอเมริกาที่มีสาขาอยู่ทั่วโลก ในแต่ละวันจะมีสาวๆมาคอยปนเปรอสวาทให้เขาในทุกค่ำคืน และในที่สุดเขาก็จัดการเหยื่อสาวผิดคน เพราะคิดว่าเธอคือคนที่ลูกน้องหามา จึงใช้เงินปิดปากเธอให้จบเรื่อง แต่ใครจะคิดว่าเขาต้องมาเจอกับเธออีกครั้ง
ทับทิม รินลดา ชลวัตร อายุ 25 ปี
สาวแว่นช่างเพ้อ ที่มีความสามารถรอบด้าน พ่วงด้วยวาจาอันจัดจ้านไม่ยอมใคร จนถูกคัดเลือกให้ไปดูงานที่ดูไบ ต้องมาเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นสาวสวยสุดมั่นสำหรับงานครั้งนี้ แต่พอไปถึงเธอกลับถูกซาตาน พรากพรหมจรรย์ไปตั้งแต่วันแรกที่ไปถึง และซาตานคนนั้นก็ดันเป็นเจ้าของบริษัทที่เธอทำงานอยู่ แล้วเธอจะทำอย่างไรต่อไปเมื่อต้องเจอกับเขาอีกครั้ง
เมื่อฉันทะลุมาเป็นบอดี้การ์ดสาวของนายมาเฟียจอมโหด!
..................................................................
พระเอก: ราฟาเอล มิลเลอร์
มาเฟียหน้าหล่อ แต่นิสัยโหด ไม่เคยได้รับบาดแผลใจอะไรในวัยเด็ก แต่กลับมีนิสัยบิดเบี้ยวอันน่ากลัว เพราะความทะนงตัวทำให้อยากได้อะไรก็ต้องได้ ชี้นกเป็นนก ชี้ไม้เป็นไม้ ใครกล้าขัดใจมีอันต้องอันตรธานหายไปจากสายตา สุขุม ซ่อนความใจร้อนไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบนิ่ง แค่เพียงปรายตามองก็ทำเอาคนหายใจแทบไม่ออก
นางเอก: เกรซ โคปา (สีน้ำ)
บอดี้การ์ดสาวสวยฝีมือดี ถูกลักพาตัวมาฝึกเป็นทหารตั้งแต่เด็ก ถูกสอนให้ใช้อาวุธ เรียนศิลปะป้องกันตัว เรียนรู้การอารักขา และลอบฆ่า
นิสัย (เดิม) เงียบขรึม จริงจัง ทะเยอทะยาน
..................................................................
เรื่องย่อ
สีน้ำทะลุมิติเข้ามาในนิยายที่อ่านอย่างเอาเป็นเอาตายหลังจากสอบเข้ามหาลัยเสร็จหมาด ๆ นิยายเรื่องที่เธออ่านก็คือ 'กรงขังของนายมาเฟีย' นิยายอีโรติกสิบแปดบวกที่พระเอกเป็นมาเฟียจอมยึดติด ราฟาเอล มิลเลอร์ มาเฟียจอมโหดเขาหลงรักนางเอกที่เป็นคนธรรมดา เขาถูกใจในหน้าตาสะสวยของนางเอกของเรื่องอย่าง นาตาลี ตั้งแต่แรกเห็น เขาตกหลุมรักนางเอกในเรื่องอย่างนาตาลีแบบหัวปักหัวปำ แต่เลือกที่จะเข้าหาอีกฝ่ายด้วยวิธีผิด ๆ ซึ่งตัวละครที่สีน้ำทะลุเข้ามาสวมร่างไม่ใช่นางเอก แต่ทว่ากลับเป็นนางร้าย!
พี่สาวครับรับรักผมด้วย
เจ้าตัวโง่งมน้อยของท่านอ๋องจอมโหด
เหลียนหงอี้ปีนี้อายุ27ปีเป็นอนุชาของฮ่องเต้องค์ก่อนดำรงตำแหน่งราชครู อบรมสั่งสอนเหลียนเจียอวิ๋น รัชทายาทจนได้ครองบัลลังก์ ทว่าเหลียนเจียอวิ๋นขึ้นครองราชย์เพียงอายุ10 ขวบ เหลียนหงอี้จึงจำเป็นต้องเป็นผู้สำเร็จราชการ
เจียอวิ๋นเรียก “เสด็จอา” ทำให้รั่วหลันเรียก “เสด็จอา”ตามไปด้วย
มู่หรงเจวี๋ย หรือ อ๋องเจวี๋ย ได้รับ“พิษลึกลับ” ขณะทำศึกสงครามแม้ชนะศึกแต่ร่างกายถูกพิษที่หาทางรักษาไม่ได้ ด้วยความสั่งของเหลียนหงอี้ ทำให้เสิ่นรั่วหลันมาถอนพิษให้แม่ทัพที่ใครๆเรียกขานว่าเป็นแม่ทัพจอมโหด
นางมีนิสัยเหมือนเด็กสิบขวบ แต่รั่วหลันคือโฉมสะคราญงามล่มเมือง มาบัดนี้นางคือคนที่ทำให้เขาหวั่นไหว แม้รู้ดีว่าในความไร้เดียงสาของนางนั้น หัวใจของหญิงสาวมีเพียง ‘เสด็จอา’
หึ! ในเมื่อใครต่อใครเรียกเขาว่าอ๋องจอมโหด เช่นนั้นเขาจะแย่งสตรีผู้นี้มาเป็นภรรยาของตนเอง!
คลั่งรักเมียแต่ง
คำโปรย
เมื่อเขาและเธอต้องมาอยู่ร่วมบ้านหลังเดียวกันในฐานะสามีภรรยา เขาเป็นคนพูดน้อยแถมยังดุ จึงทำให้เธอรู้สึกอึดอัดและน้อยใจอยู่บ่อยๆ
แนะนำตัวละคร
ภูวดล หรือ คุณภูมิ อายุ 32 ปี
เจ้าของสวนองุ่นขนาดใหญ่ เขาหล่อ ทำงานเก่ง พูดน้อย ดุ ชอบทำหน้าเข้ม จนเธอรู้สึกอึดอัด
รัตติกาล หรือ เจ้าขา อายุ 23 ปี
ลูกสาวร้านอาหารแห่งหนึ่งในตัวจังหวัด เธอสวย แต่งตัวแซ่บ ขี้น้อยใจ ชอบคิดเองเออเอง เพราะความอกหักจึงทำให้เธอเลือกที่จะประชด ตกลงรับคำแต่งงานกับใครที่ไหนก็ไม่รู้จัก ที่ผู้ใหญ่หาให้
@@@@@@
โรมานซ์ ฟีลกู๊ดเหมือนเดิม ไม่นอกกาย ไม่นอกใจ แต่เรื่องนี้พระเอกดุหน่อยนะคะโปรดทำใจก่อนอ่าน (แนวบ้านนอก)
พันธะร้ายท่านประธานปล้นรัก
เขาคือผู้ชายที่เธอเคยรักสุดหัวใจ และเป็นผู้ชายคนเดียวกันที่เธอเชื่อว่า…เคยเหยียบย่ำหัวใจเธอจนไม่เหลือชิ้นดี
แปดปีก่อน อธิชาเดินออกจากชีวิตชยุตม์ด้วยน้ำตา ทิ้งไว้เพียงคำพูดที่ว่า “เราไม่เหมาะกัน”
โดยไม่รู้เลยว่า ผู้ชายที่เธอคิดว่าไร้หัวใจ ไม่เคยหยุดตามหาเธอแม้แต่วันเดียว
แปดปีต่อมา เธอกลับมาเจอเขาอีกครั้ง
ไม่ใช่ในฐานะคนรัก แต่ในฐานะ “ลูกหนี้”และเขา…คือเจ้าหนี้คนเดียวที่มีสิทธิ์กำหนดชีวิตเธอ
“แต่งงานกับฉันสามปี แล้วหนี้ทั้งหมดของครอบครัวเธอจะจบลง”
ข้อเสนอของชยุตม์เย็นชา ร้ายกาจ และไร้ทางถอย อธิชาจึงต้องยอมสวมแหวนของผู้ชายที่เธอเกลียด ยอมเป็นภรรยาตามสัญญาของท่านประธานผู้ขึ้นชื่อว่าเพลย์บอยที่สุดในวงการธุรกิจ
เขามีข่าวกับผู้หญิงไม่ซ้ำหน้า ยิ้มเก่ง หว่านเสน่ห์เก่ง ปากร้าย และทำให้เธอเจ็บได้ทุกครั้งที่เข้าใกล้ แต่ในคืนที่เธอกลัว เขากลับนั่งเฝ้าอยู่หน้าประตูทั้งคืนในวันที่ครอบครัวเธอล้ม เขากลับเป็นคนยื่นมือมาช่วยโดยไม่เคยเอ่ยความดีและในวันที่เธอพยายามเกลียด เขากลับทำให้หัวใจเธอทรยศตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า













